สะพานโกลเดนเกต สหรัฐอเมริกา

สะพานโกลเดนเกต ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาสร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


สะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน พบว่าอยู่ในอันดับที่ 5 ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

ทัชมาฮาล อินเดีย

ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในเมืองอัคระ บนฝั่งแม่น้ำยมนา ประเทศอินเดีย เป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ของโลก เพราะที่นี่เป็นสุสานฝังศพของ มุมทัชมาฮัล ราชินีผู้ป็นที่รักยิ่งของ พระเจ้าชาห์เยฮัน พระนางสิ้นพระชนม์เพราะคลอดโอรสองค์ที่ 15 ซึ่งทำให้พระเจ้าชาห์เยฮัน เศร้าโศกมาก พระองค์จึงสร้างที่ฝังศพที่หญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมแม่น้ำยมนา


สร้างระหว่างปี พ.ศ. 2173-2191 (ค.ศ. 1630-1648) เสียเวลาสร้างอยู่ 23 ปี ทกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลบริสุทธิ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย โดยสถาปนิก อุสตาด ไอสา (Ustad lsa) มีผู้ร่วมสร้างเป็น ผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน วัตถุในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลือง จากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียรไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 50,000,000 เหรียญอเมริกัน หรือ ประมาณ 1,000,000,000 บาท


ซึ่งได้รับคำรับรองจากสถาปนิกทั่วโลกว่าสร้างขึ้นโดยถูกสัดส่วน และ วิจิตรงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 39 เมตร(130 ฟุต) ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร(200 ฟุต) มีโดมเล็กๆ เป็นหสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วย หินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลายวิจิตรตระการตาแทรกเสริมด้วย พลอยสี ทับทิม และนิล ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริงๆ ไม่ได้บรรจุอยู่ในหีบ หากฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพนั้น ภายหลังที่สร้างทัชมาฮัล ซาร์เจฮันใฝ่ฝันที่จะสร้าง ที่ฝังศพตัวเองที่ฝั่งแม่น้ำตรงกันข้ามจะเป็นหินอ่อนสีดำล้วนๆ แต่ลูกชายเกรงเงินจะหมดจะไม่มีใช้ เมื่อขึ้นครองราชสมบัติจึงจับพ่อขังอยู่ได้ 7 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ประมาณปี พ.ศ.2209 (ค.ศ.1666) แล้วเอาศพไปฝังข้างศพแม่ ส่วนนายช่างผู้ออกแบบถูกสั่งให้ประหาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีโอกาสออกแบบสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่สวยกว่าได้

ทัชมาฮาลเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างเหมาะสมสวยงามน่ามหัศจรรย์

ถ้ำเมืองออน จ.เชียงใหม่

ถ้ำเมืองออน เป็นถ้ำมีหินงอนคล้าย มีนมผา เป็นพระธาตุตั้งอยู่กลางลานในถ้ำ ผนังถ้ำเป็นหินงอกหินย้อย สดใสแวววาวสกาวพร่างยามต้องแสงไฟ เย็นชื้น สบายใจ ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านสหกรณ์ 2 ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางได้ทางรถยนต์ สะดวกตลอดปี ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 40 กม.


เป็นถ้ำขนาดใหญ่บนเทือกเขาหินปูนโดด ๆ โดยรอบเป็นเทือกเขาที่มีโครงสร้างหินหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นหินชั้น และหินแปร ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดลึกลงสู่เบื้องล่างมีโถงถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม ตรงกลางโถงถ้ำเป็นหินงอก " พระธาตุนมผา " เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถ้ำ ผนังถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ และพระนอน ภายในถ้ำแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมวิปัสสนากัมมัฏฐาน ของครูบาศรีวิชัย และบริเวณปากถ้ำมีรูปปั้นครูบาศรีวิชัย และสถูปอัฏฐิของท่าน รวมทั้งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้วย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว เฉลี่ยประมาณวันละ 50 - 60 คน

ถ้ำมรกต จ.ตรัง

ถ้ำมรกต เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง ตั้งอยู่บนเกาะมุกต์ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง น่าตื่นเต้น ระยะทางความยาวก็อยู่ที่ประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียง 1 ตามคนนำทางที่ช่ำชอง


เมื่อพ้นปากถ้ำจะเจอหาดทรายเล็กๆ สีขาว เม็ดทรายละเอียดยิบ เงยหน้ามองดูด้านบนของถ้ำ จะเห็นท้องฟ้าสีครามเป็นหลังคา รู้สึกคล้ายว่าเราได้ยืนอยู่ในบ้าน เพราะเราจะเห็นภูผาสูงลับฟ้าล้อมรอบทิศทาง คล้ายกับฟ้าเป็นเสมือนหลังคาบ้าน ต้นไม้ที่เกาะอยู่ตามหน้าผาสูงชัน บางต้นมีขนาดใหญ่มาก เกาะตามหน้าผาชัน ดอกไม้ป่าก็มีให้เห็นเป็นระยะๆ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกตจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกต ดูแปลกตาและสวยงามตามธรรมชาติอย่างยิ่ง เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเห็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน

ถ้ำเขาบิน จ.ราชบุรี

ถ้ำเขาบิน ตั้งอยู่ที่ตำบลหินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ถนนลาดยางตลอดไปจนถึงทางเข้าถ้ำเลยทีเดียว การเดินทางจึงไม่ลำบากมากนัก และทางเข้าถ้ำก็ไม่สูง และทำเป็นบันได


ภายในถ้ำเขาบินประกอบด้วย บรรดาหินงอกหินย้อยต่าง ๆ ที่เกิดเป็นรูปร่างต่าง ๆ หลากหลายมากมายที่สวยงาม แต่อาจจะแสบตากับสีสันบ้างเล็กน้อย เพราะไฟภายในถ้ำนอกจากจะมีสีขาวนวลแล้ว ยังมีทั้งสีแดง สีเขียว สีฟ้า ทำให้บรรยากาศแปลกประหลาดกว่าถ้ำอื่นส่วนชื่อถ้ำเขาบิน นั้นมาจากหินงอกหินย้อยรูปคล้ายพญาอินทรีย์กางปีกภายในถ้ำนั่นเอง


ในถ้ำเขาบินนี้ ตลอดเส้นทางปากถ้ำ จนถึงส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 500 เมตร จัดระเบียบเส้นทางเดินชมถ้ำไว้ได้อย่างเรียบร้อยทีเดียว มีป้ายบอกด้านทางเข้า ด้านทางออกไว้ ถ้าเดินไปตามเส้นทางที่จัดไว้ จะวนครบรอบได้ดูจนทั่วทั้ง 8 คูหาที่มี (ศิวสถาน โถงอาคันตุกะ ธารอโนดาต สกุณชาติคูหา เทวสภาสโมสร กินนรทัศนา พฤกษาหิมพานต์ และอุทยานทวยเทพ) และแต่ละคูหาจะมีลักษณะเด่นให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาชมจินตนาการตามชื่อของคูหานั้น ๆ แต่อากาศในถ้ำจะอบอ้าวพอสมควร ถ้าเดินชมผ่าน ๆ จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที แต่ถ้าชมดูรายละเอียดมากขึ้นก็จะใช้เวลามากกว่านั้น อาจถือพัดเล็ก ๆ ติดไม้ติดมือไปด้วยก็น่าจะดีนะคะ ไม่งั้นท่านที่ขี้ร้อนอาจจะทนไม่ค่อยไหว

ถ้ำเขาตะพาบ จ.อุทัยธานี

ถ้ำเขาตะพาบ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กในพื้นที่ตำบลวังหิน อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 56 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 333 สายอุทัยธานี-บ้านไร่ มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3213 ไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดอยู่ทางขวามือ


ถ้ำเขาตะพาบตั้งอยู่สูงจากระดับพื้นประมาณ 10 เมตร ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำอีกหลายแห่ง ทางด้านหน้าของถ้ำได้สร้างพระพุทธรูปและจัดเป็นเขตสังฆาวาส ส่วนถ้ำที่อยู่ด้านหลัง เลี้ยวขวามือเป็นถ้ำท้องพระโรง ถ้ำแก้ว ถ้ำปราสาท และถ้ำเรือ เป็นต้น


หากเลี้ยวซ้ายจะพบทางออกด้านหลังซึ่งเป็นทางไปสู่ถ้ำลึกที่มีบันไดลงไปถึงก้นถ้ำ ตรงอุโมงค์หลังถ้ำมีหินรูปร่างคล้ายตะพาบ และเคยพบเครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำทุกแห่งมีไฟฟ้าส่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชมและมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

วัดพระธาตุดอยเวา จ.เชียงราย

วัดพระธาตุดอยเวา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นวัดอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยเวา พระธาตุที่เชื่อกันว่า มีความเก่าแก่เป็นรองพระธาตุดอยตุง พระธาตุดอยเวานั้น ตั้งอยู่บนยอดดอยเวา แต่พระอุโบสถและเขตสังฆาวาสจะอยู่ที่เชิงดอย ผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการต้องเดินขึ้นบันไดไปนมัสการ ซึ่งข้างบนเป็นจุดชมทัศนียภาพสองฝั่งสาย สามารถเห็นทัศนียภาพได้รอบทิศ


พระธาตุดอยเวา สร้างในพ.ศ. 296 ในรัชสมัยพระองค์เวา รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ ผู้ครองนครโยนกนาคพันธุ์ โดยชื่อนั้นได้นำมาจากพระนามของพระองค์เวา ต่อมาพระธาตุเจดีย์ได้พังลงตามกาลเวลา นายบุญยืน ศรีสมุทร คฤหบดีอำเภอแม่สาย ได้ร่วมกับ พระภิกษุดวงแสง รัตนมณี พร้อมด้วย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และ กรมศิลปากร ร่วมกันจัดสร้างขึ้นขึ้นใหม่ ในการขุดแต่งครั้งนี้ พบผอบหินสีดำ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ จึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานในองค์พระธาตุดังเดิม มีการวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2494 และสร้างเสร็จพร้อมฉลองสมโภชพระธาตุในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 โดยมีพุทธบริษัททั้งสองประเทศ ร่วมงานอย่างคับคั่ง